กิโมโน 「着物」
posted on 30 Aug 2009 10:46 by epilogue-epilogue in knowlege
กิโมโน ชุดเอกลักษณ์ญี่ปุ่น
หากกล่าวถึงชุดประจำชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศแล้ว ย่อมมีจุดเด่นแตกต่างกันไปอย่างประเทศไทยของเราก็มีชุดผ้าไหมไทยที่ขึ้นชื่อในด้านความสวยงาม หรืออย่างเกาหลีก็มีชุดฮันบก เป็นชุดประจำชาติ แต่ครั้งนี้จะขอนำเสนอชุดที่สวยงามน่าชื่นชมอีกชุดหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์อยู่คู่กับประเทศญี่ปุ่นมาช้านาน คือ“ชุดกิโมโน” เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูเป็นอย่างดีวันนี้เราจะมาทำความรู้จัก “ชุดกิโมโน” กันมากขึ้นค่ะ
ชุด “กิโมโน” มาจากไหน???
ในสมัยนารา(ค.ศ. 710-794) ชาวญี่ปุ่นนิยมแต่งชุดท่อนบนกับท่อนล่างเหมือนกัน หรือไม่ก็ผ้าชิ้นเดียวกันไปเลย... พอมาถึงสมัยเฮอัน (ค.ศ. 794-1192) ซึ่งถือเป็นช่วงเริ่มต้นการใส่ชุดกิโมโน ชาวญี่ปุ่นได้พัฒนาตัดเย็บผ้าเป็นเส้นตรงเพื่อให้ง่ายต่อการสวมใส่ หยิบมาคลุมได้ทันที ทั้งยังเป็นชุดที่เหมาะกับทุกสภาวะอากาศ ถ้าอากาศหนาวมากก็ใช้ผ้าหนา หรือช่วงอากาศร้องก็เปลี่ยนเป็นผ้าบางได้
ต่อมาในยุคเอโดะ (ค.ศ. 1600-1868) เป็นสมัยของยุคโชกุนโตกูกาวาปกครองญี่ปุ่น ในช่วงนี้นักรบซามูไรแต่ละสำนักจะแต่งตัวแบ่งตามกลุ่มของตัวเอง เรียกว่าเป็น “ชุดเครื่องแบบ” เลยด้วยซ้ำ ชุดกิโมโนของซามูไรจำเป็นต้องเนี๊ยบมาก ดังนั้นจึงเป็นช่วงที่พัฒนากิโมโนไปอีกขั้น จนเป็นผลงานศิลปะชิ้นหนึ่ง
ในสมัยยุคสุดท้ายยุคเมจิ (ค.ศ. 1868-1912) ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากต่างชาติรุนแรง การแต่งกายจึงเปลี่ยนเป็นสากลมากขึ้น และการแต่งชุดกิโมโนก็เริ่มน้อยลง
ใส่ชุด “กิโมโน” เมื่อใด ??
เมื่อชาวญี่ปุ่นเปลี่ยนมาใส่ชุดสากลมากขึ้น แล้วชุ กิโมโน ใช้ใส่ตอนไหน??? ผู้ที่ยังใส่ชุดกิโมโน ประจำวันอยู่ก็จะมีเพียงผู้ที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับศิลปะญี่ปุ่นโบราณเท่านั้น หรือไม่ก็ใส่ในงานพิธีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานฉลองการบรรลุนิติภาวะ งานปีใหม่ เป็นต้น
ลักษณะการสวมใส่ “ชุดกิโมโน” ??
โดยปกติทั่วไป ชุดกิโมโน จะเป็นชุดยาว เหมือนชุดติดกันผ่าหน้าแล้วเอามาทบกันที่ด้านหน้าและผูกด้วยผ้าคาดเอวที่เรียกว่า “โอะบิ” ใช้เป็นชุดชั้นในมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงสมัยเฮอัน หลัง จากนั้นได้มีการนำมาสวมใส่เป็นชุดนอกนให้เข้ากับกางเกงที่เรียกว่า ฮะคะมะ และถูกดัดแปลงให้ง่ายขึ้น เหมือนกับชุดกิโมโนในปัจจุบัน สวมใส่กันทั้งหญิงและชายในสมัยมุโระมะฉิ
ข้อบังคับในการใส่ “ชุดกิโมโน”
สมัย เอะโดะได้มีการนำชุดกิโมโนไปสัมพันธ์กับการแสดงฐานะทางชนชั้นในระบบขุนนาง ชุดกิโมโน จึงเริ่มมีข้อบังคับที่หลากหลายขึ้นโดยเฉพาะผู้ชาย ตัวอย่างเช่น ชุดกิโมโนผ้าขาวเรียบอนุญาตให้ใส่ได้เฉพาะบุตรชายคนโตของไดเมียวที่เกิดกับ ภรรยาหลวงเท่านั้น และทหารทั่วไปห้ามใส่ชุดกิโมโนผ้าไหม ( ผ้าซาติน ) ส่วนชาวบ้านจะใส่ผ้าป่านหรือผ้าฝ้าย
kimono กับ yukata แตกต่างกันอย่างไร ?
kimono มีหลายชั้นเวลาใส่ต้องมีความชำนาญ เนื้อผ้าทำจากผ้าไหมราคาแพง ส่วน yukata ส่วนใหญ่ทำจากผ้าฝ้าย และสามารถสวมใส่ได้ในฤดูร้อนมักใช้ในงานเทศกาล มาดูเครื่องแต่งกายแบบญี่ปุ่น
ส่วนประกอบของกิโมโน
Nagajugan - ชุดชั้นในสำหรับกิโมโน ใช้สวมใต้กิโมโน ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวเนื้อผ้าบางเบา
Uchikake - ใช้สวมทับกิโมโนเมื่อต้องทำพิธีรีตองอย่างเป็นทางการ เช่น พิธีแต่งงาน เป็นต้น
Shiro-maku - (shiro = ขาว , maku = บริสุทธิ์) กิโมโนสำหรับใส่ในงานแต่งงาน

Yukata - กิโมโนสำหรับใส่ในฤดูร้อน หรือใส่ลำลอง

อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น โอบิ, รองท้อง (geta) , ถุงเท้า ฯลฯ
Haori - เสื้อแจ๊คเกตสำหรับสวมทับกิโมโน ใส่ได้ทั้งชายและหญิง มักจะสวมเมื่อต้องออกไปข้างนอก เนื่องจากกิโมโนราคาแพงจึงต้องสวม Haori เพื่อป้องกันกิโมโนเปื้อน สาบเสื้อด้านหน้าจะไม่ผูกให้ชนกัน แต่จะมีเชือกสำหรับผูกอยู่ด้านหน้า
Haori - เสื้อแจ๊คเกตสำหรับสวมทับกิโมโน
Michiyuki - เป็นเสื้อสำหรับสวมด้านนอกเช่นกัน ลักษณะการใช้งานจะคล้ายกับ Haori จะแตกต่างกันตรงคอเสื้อจะเป็นรูปสี่เหลี่ยม
gi - เสื้อที่ใส่คู่กับ hakama สำหรับผู้ชาย gi นั้นใช้สวมเป็นเสื้อเมื่อเล่นกีฬาต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็น kendo, judo, ยิงธนู, akido เป็นต้น
Hakama - กางเกง สามารถใส่ได้ทั้งหญิงและชาย ใช้สวมใส่ลำลอง หรือพิธีการ
หรือแม้แต่ใช้ในการแข่งขันกีฬาไม่ว่าจะเป็น kendo, ยิงธนู ฯลฯ
Link of Hakama :: kendo uniform
Samugi (Samue) เป็นเครื่องแต่งกายที่ทำจากผ้าฝ้าย สวมใส่สบาย ใช้สวมใส่ขณะทำงานที่อาจจะต้องมีเหงื่อ เช่น งานเสิร์ฟอาหาร, ทำสวน, ออกกำลังกาย หรือบางคนก็ใส่อยู่บ้านก็ได้ ในสมัยก่อนเป็นเครื่องแต่งการของพระแต่ปัจจุบันนิยมสวมใส่ในคนทั่วไป